6 ความเชื่อผิดๆการดูแลและใช้รถยนต์ ทำให้เสียเงินและเกิดอันตราย

6 ความเชื่อผิดๆ การใช้และดูแลรักษารถยนต์

ข้อมูลบนโลกออนไลน์มีการแชร์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีข้อมูลที่จริงและไม่จริงปะปนกันไป เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการทำความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้รถยนต์ เรามาดูกันดีกว่าว่ามีความเชื่อใดบ้างที่เป็นความเชื่อที่ผิด

ความเชื่อผิดๆในการขับขี่และการดูแลรถยนต์

เมื่อจอดรถตากแดดให้ยกก้านปัดน้ำฝนขึ้น

ซึ่งในความเป็นจริงไม่จำเป็นที่จะต้องยกก้านปัดน้ำฝนขึ้น เพราะโดยปกติแล้วยางปัดน้ำฝนมีอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี แต่สิ่งที่จะต้องดูแลจริงๆ คือ บริเวณสปริงของก้านปัดน้ำฝน เพราะค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงจะแพงกว่าค่าเปลี่ยนยางปัดน้ำ โดยปัญหานี้ทางแก้ที่ดีที่สุดคือจอดรถในที่ร่ม

เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 5,000 กิโลเมตร

เพราะช่วยลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ ซึ่งความเชื่อนี้เป็นคำแนะนำของรถรุ่นเก่า เพราะในอดีตน้ำมันเครื่องยังไม่มีประสิทธิภาพเหมือนในยุคปัจจุบัน ทำให้ต้องเปลี่ยนทุก 5,000 กิโลเมตร แต่ปัจจุบันน้ำมันเครื่องมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ช่วยให้มีประสิทธิภาพการใช้งานที่มากขึ้น สามารถเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องได้ทุก 10,000 กิโลเมตร แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยในการพิจารณาการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องยังขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้รถยนต์

จอดรถติดไฟแดงควรให้เกียร์อยู่ในตำแหน่ง D

สำหรับในกรณีนี้ถ้าเป็นลักษณะติดไฟแดงไม่นานเราสามารถอยู่ที่เกียร์ D แต่ถ้าต้องติดไฟแดง 2 นาทีขึ้นไปควรอยู่ที่เกียร์ N และดึงเบรกมือ ซึ่งสามารถช่วยลดอาการเมื่อยล้า

การเติมลมยางที่แข็งจนเกินไปจะทำให้ยางระเบิด

ในความเป็นจริงถ้าเราเติมลมยางแข็งเกินไปจะทำให้ความสามารถในการเกาะถนนลดลง บางครั้งถ้าเจอน้ำอาจจะทำให้รถเกิดแฉลบได้ง่าย ซึ่งกรณีที่จะทำให้ยางระเบิดจริงๆแล้ว เกิดจากเติมลมยางที่อ่อนเกินไปซึ่งจะทำให้ตัวยางเกิดการยืดหยุ่นส่งผลต่อการเสียดสีจนตัวยางรถยนต์มีความร้อนสะสมเป็นสาเหตุที่ทำให้ยางระเบิด

ขับรถทางไกลยิ่งขับช้าจะยิ่งช่วยประหยัดน้ำมัน

สำหรับกรณีนี้เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะพฤติกรรมการขับลักษณะนี้เราจะต้องคอยเหยียบคันเร่งและแตะเบรกเพื่อรักษาระดับความเร็วไม่ให้เร็วเกินไป ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้เปลืองน้ำมัน แต่ถ้าอยากประหยัดน้ำมันจริงๆ สามารถใช้เทคนิคการเลี้ยงรอบเครื่องยนต์อยู่ที่ระดับไม่เกิน 2,500- 3,000 รอบ 

ติดฟิล์มกรองแสงแบบทึบยิ่งช่วยให้ห้องโดยสารภายในไม่ร้อน

จริงๆแล้วการลดความร้อนภายในห้องโดยสารไม่ได้อยู่ที่ความสว่างและความเข้มของฟิล์มแต่อยู่ที่สารสารเคลือบฟิล์ม เพราะปัจจุบันฟิล์มกรองแสงมีหลายเกรดและมีการใช้สารเคลือบที่ต่างกันออกไป บางยี่ห้อเพียงเคลือบสีแต่ไม่มีสารกันความร้อน

สำหรับข้อมูลที่เป็นการส่งต่อความเชื่อที่ผิดๆ ซึ่งมีผลต่อตัวรถยนต์ ถ้าเราสามารถปรับเปลี่ยนความเข้าใจเสียใหม่โดยทำตามคำแนะนำในขั้นต้นจะสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์และยังเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้

navy carrent ป้องกัน covid-19